WWW THAI-TBA   
ปฏิทินข่าวสาร
ประจำเดือน ธันวาคม
อาจ.อ.พ.พฤศ.ส.
1234567
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31
เดือนก่อนนี้เดือนถัดไป

คุณรู้จักเว็บไซต์สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย จากที่ไหน?

เพื่อนบอก
จากเว็บไซต์ต่างๆ
จาก Search Engine
บังเอิญเข้ามาเอง
อื่นๆ



แสดงผล Poll ทั้งหมด
 

qrcode

  จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์
00117


ข้อแนะนำสำหรับผู้ประกอบการ เพื่อเตรียมรับ PL Law
(วันที่ 0000-00-00 )

ข้อแนะนำสำหรับผู้ประกอบการ เพื่อเตรียมรับ PL Law
(The Product Liability A.ct B.E.2551)
พระราชบัญญัติความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย  พ.ศ. 2551
(โดย  ธีรวัฒน์ จันทรสมบูรณ์)

  1. ในการผลิตสินค้าตามการออกแบบ หรือผลิตตามคำสั่งของผู้ว่าจ้างให้ผลิต และในการผลิตนั้น ถ้าผู้ผลิตคาดเห็นถึงความไม่ปลอดภัยของสินค้าที่จะผลิต ผู้ผลิตต้องทักท้วงและไม่ผลิตให้จนกว่าผู้ว่าจ้างให้ผลิตมีการเปลี่ยนแปลงไม่ใช้แบบ หรือสูตรการผลิตสินค้านั้น หรือคำสั่งของผู้ว่าจ้างให้ผลิต
  2. เมื่อผู้ประกอบการผลิตสินค้าเพื่อขาย หรือผู้ประกอบการนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ผู้ประกอบการนั้นต้องจัดทำให้มีฉลากสินค้าโดยกำหนดวิธีการใช้  วิธีการเก็บรักษา คำเตือน หรือข้อมูล เกี่ยวกับสินค้าให้ถูกต้องและชัดเจนเพื่อความปลอดภัยในการใช้สินค้าของผู้บริโภค
  3. ผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้า นอกจากต้องคำนึงถึงคุณภาพของสินค้าแล้ว ผู้ประกอบการยังต้องคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยของสินค้าด้วย  เพราะตามพระราชบัญญัติฉบับนี้  บัญญัติให้ผู้ประกอบการทุกคนต้องร่วมกันรับผิดชอบต่อผู้เสียหายในความเสียหายที่เกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย และสินค้านั้นได้มีการขายให้แก่ผู้บริโภคแล้ว ไม่ว่าความเสียหายนั้นจะเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ประกอบการหรือไม่ก็ตาม โดยผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายจากสินค้าไม่ปลอดภัย สามารถพิสูจน์ได้ว่าตนเองได้รับความเสียหายและได้ใช้สิ้นค้านั้นเป็นไปตามปกติธรรมดาแล้ว
  4. ผู้ขายสินค้าที่ซื้อมาแล้วขายไป ให้ตรวจสอบสินค้านั้นก่อนนำออกขายว่าต้องมีฉลากแสดงชื่อและที่อยู่ของผู้ผลิต หรือผู้สั่งหรือนำเข้าในราชอาณาจักร เพื่อขายสินค้า  เนื่องจากถ้าไม่มีฉลากระบุข้อความดังกล่าวผู้ขายจะเป็นผู้ประกอบการตามพระราชบัญญัตินี้ เนื่องจากเป็นผู้ขายสินค้าที่ไม่สามารถระบุตัวผู้ผลิต ผู้ว่าจ้างให้ผลิต หรือผู้นำเข้าได้
  5. ผู้ประกอบการต้องรับผิดต่อผู้บริโภค/ผู้เสียหายในความเสียหายที่เกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัยไม่วาจะเป็นความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพ อนามัย หรือทรัพย์สิน และยังต้องรับผิดในความเสียหายต่อจิตใจด้วย
  6. ผู้ประกอบการต้องบริหารความเสี่ยงความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย (Unsafe Product) ที่ตนเป็นผู้ผลิตเพื่อขาย ทำความเสียหายให้กับผู้อื่นไม่ว่าจะเป็นความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพ อนามัย หรือทรัพย์สิน และต้องบริหารความเสี่ยงภัยอันเกิดจากการที่ต้องเรียกสินค้าที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้อื่นกลับคืน (Product Recall) รวมถึงค่าโฆษณา ค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้า โดยการทำประกันภัยสินค้านั้นๆ ไว้กับบริษัทประกันภัยอย่างเหมาะสม โดยจ่ายเบี้ยประกันเพื่อแลกกับการคุ้มครองสำหรับความเสี่ยงภัย นั้นๆ

              ข้อดีของการเอาประกันภัย คือ ทำให้ผู้ประกอบการที่ทำประกันภัยได้ประหยัดค่าใช้จ่าย รู้ค่าใช้จ่ายที่แน่นอน และทำให้มีสมาธิในการประกอบธุรกิจ      

              สำหรับการคุ้มครองจะระบุให้จ่ายในนามผู้ประกอบการที่ทำประกันภัยคุ้มครองความเสียหายต่อร่างกายและทรัพย์สินซึ่งอาจรวมถึงค่าสินไหมทดแทนเพื่อการลงโทษเพิ่มขึ้น (Punitive Compensation) ด้วย คุ้มครองค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียมในการเรียกร้อง ฟ้องร้อง ต่อสู้คดี

               พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ.2551 จัดเป็นกฎหมายกลางที่ทุกหน่วยงานของภาครัฐและภาคเอกชน ต้องนำไปปรับใช้กับสินค้าที่หน่วยงานนั้นๆ รับผิดชอบด้วย เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยามีสินค้าประเภทอาหาร ยา เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ ก็ต้องนำพระราชบัญญัติฉบับนี้ไปปรับใช้กับสินค้า ดังกล่าวที่เข้าข่ายสินค้าไม่ปลอดภัยที่ก่อ หรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุผลจากความบกพร่องในการจัดทำฉลากสินค้า (Label Defect) โดยไม่ได้กำหนดวิธีใช้ วิธีเก็บรักษา คำเตือน หรือข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า หรือกำหนดไว้แต่ไม่ถูกต้อง หรือไม่ชัดเจนตามสมควร 

                และสินค้านั้น ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้ซื้อและใช้สินค้านั้นจากผู้ประกอบการ อันทำให้ผู้ประกอบการทุกคนต้องร่วมกันรับผิดชอบต่อผู้เสียหายนั้น ไม่ว่าความเสียหายนั้นจะเกิดจากการกระทำโดยจงใจ หรือประมาทเลินเล่อของผู้ประกอบการ หรือไม่ก็ตาม อันเป็นสาระสำคัญของพระราชบัญญัติฉบับนี้ เรียกว่าความรับผิดเด็ดขาดหรือความรับผิดโดยเคร่งครัด (strict Liability) ของผู้ประกอบการ 

                มีผู้ประกอบการบางรายแสดงความเป็นห่วงว่าเมื่อพระราชบัญญัติฉบับนี้มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย จะส่งผลให้มีการฟ้องคดีมากเกินความจำเป็น ส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อต้นทุนการผลิต การส่งออก การแข่งขันในตลาดโลกและเศรษฐกิจ อีกทั้งอาจจะทำให้ต้องมีการย้ายฐานการผลิตจากประเทศไทยไปยังประเทศอื่นที่มีต้นทุนและความเสี่ยงต่ำกว่า 

                เนื่องจากพระราชบัญญัติฉบับนี้มองภาพสังคมเป็นส่วนรวม มิได้เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง มีการรับฟังความคิดเห็นทั้งสองฝ่าย ยึดผลประโยชน์สังคมไทยเป็นหลัก ไม่ประสงค์จะให้มีผลกระทบต่อผู้ประกอบการ จึงกำหนดให้ผู้บริโภคมีภาระในการพิสูจน์เบื้องต้นกับความเสียหายที่เกิดขึ้น และผู้ประกอบการธุรกิจที่มีหน้าที่พิสูจน์ด้านเทคนิคการผลิตและการออกแบบ 

                ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้กำหนดให้ผู้บริโภคมีภาระในการพิสูจน์เบื้องต้นกับความเสียหายที่เกิดขึ้น และผู้ประกอบธุรกิจมีหน้าที่พิสูจน์ด้านเทคนิคการผลิตและการออกแบบ และเห็นว่าการย้ายฐานการผลิตไม่ได้มีเหตุมาจากพระราชบัญญัติฉบับนี้ 

                สำหรับความเป็นห่วงว่าจะส่งผลให้มีการฟ้องร้องคดีมากเกินความจำเป็นนั้น  เห็นว่าสำหรับเรื่องการฟ้องร้องดำเนินคดีต่อผู้ประกอบการธุรกิจนั้น เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้บริโภคอย่างไรก็ตาม การใช้สิทธิดังกล่าวจะต้องอยู่บนพื้นฐานของหลักสุจริตด้วย ดังนั้น เมื่อผู้ประกอบการธุรกิจเห็นว่า การใช้สิทธิดังกล่าวเป็นไปเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง ก็มีกลไกทางกฎหมายได้รองรับในส่วนนี้ไว้แล้วเช่นเดี่ยวกัน 







????????????????????????????
สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย
333 อาคารเล้าเป้งง้วน 1 ชั้น 20 ซอยเฉยพ่วง 
ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
Tel./ Fax. 02-0622633 อีเมล์ : Contact.thaitba@gmail.com